เสียงอ่านหนังสือที่พรรณนาเหตุการณ์เกี่ยวกับพุทธประวัติ ในครั้งพุทธกาล จำนวน ๕๕ ตอน ตั้งแต่เริ่มประกาศพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้า ตลอดระยะเวลา 45 พรรษา พร้อมทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์ ตลอดเวลาที่พระองค์ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่
You may also like
“คนที่จะพ้นตายต้องทำตัวเหมือนคนตาย คนกลัวตายต้องตายอีก ผู้ที่จะพ้นจากภพก็ต้องเข้าไปอยู่ในภพ ผู้ที่จะพ้นจากชาติก็ต้องรู้เรื่องของตัว จึงจะเป็นไปได้ ขณะเรานั่งสมาธิหลับตาภาวนานั้น ก็ให้หลับแต่ตา ส่วนใจเราต้องให้สว่างไสว สมาธิเปรียบเหมือนตะปู ปัญญาเปรียบเหมือนฆ้อนที่ตอกตะปู ถ้าตะปูเอียงไปฆ้อนก็ตีผิดๆถูกๆ ตะปูนั้นไม่ทะลุกระดานนี้ฉันใด ใจเราจะบรรลุธรรมชั้นสูงทะลุโลกได้ จะต้องมีสมาธิเป็นหลักก่อน แล้วจึงจะเกิดญาณปัญญา ญาณนี้จะได้แต่คนทำสมาธิเท่านั้น ส่วนปัญญาธรรมดาย่อมมีอยู่ทั่วไปได้แก่คนทั้งหลาย” ท่านพ่อลี ธัมมธโร ประวัติและปฏิปทา ท่านพ่อลี ธัมมธโร […]
โดย หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ กายของเรานี้เป็นของพ่อแม่ให้มาทั้งหมด เจ้าของเดิมก็คือพ่อแม่นั่นเอง มาจากข้าวสุกขนมสดที่พ่อแม่เคี้ยวกินเป็นเลือดเป็นเนื้อเป็นน้ำเหลือง หรือเป็นการป้อนข้าวป้อนน้ำนมให้เราจนเจริญเติบโตมาถึงทุกวันนี้ ร่างกายของเรานี้จึงไม่ใช่ของใครเลย นอกจากของพ่อแม่ ฉะนั้น เราอย่าคิดโกรธเกลียดพ่อแม่เลย อย่าได้คิดถกเถียงดื้อรั้นด่าตีพ่อแม่เลย เพราะการกระทำเช่นนั้นล้วนเป็นการเนรคุณและเป็นบาปกรรมที่ใช้ไม่หมดลบล้างไม่ได้ มีเพียงบุญกุศลเท่านั้นที่จะให้พ่อแม่ ให้แต่ความดีอย่างเดียวสำหรับพ่อแม่ ให้พูดดีอย่างเดียว ให้ทำดีอย่างเดียวจึงจะเป็นการตอบแทน ถ้าพูดไม่ดีทำไม่ดีก็มีแต่เวรมีแต่กรรม มีแต่หนี้สินอยู่ตลอดเวลา วันนี้เรามาชดใช้บุญคุณของพ่อแม่ ด้วยการมาภาวนาให้จิตของเราหยุดคิดหยุดนึก สงบใจสักพักหนึ่ง […]
พระไตรปิฎกอยู่นี่ อยู่ที่ชวนกันไม่ประมาทในการศึกษา (สิงหาคม พ.ศ. 2554) – พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) หนังสือเล่มนี้รวบรวมคำอธิบายข้อกระทู้ว่าสิกขาบทของพระภิกษุตามพระไตรปิฎกมีเพียง 150 สิกขาบทเท่านั้น หาได้มี 227 สิกขาบทตามที่คณะสงฆ์ท่านถือปฏิบัติกัน มีผู้สนใจใคร่รู้นำประเด็นนี้ไปถามพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ผู้เป็นปราชญ์ทางพุทธศาสนาที่เชี่ยวชาญภาษาบาลีและพระไตรปิฎกที่สำคัญที่สุดท่านหนึ่งในประวัติศาสตร์ ท่านได้เมตตาอธิบายประเด็นนี้ […]
(คัดลอกจาก..งานวิจัยของ..พระมหาประเสริฐ มนฺตเสวี/คำชี้แจงจากเว็บวัดคอนคอร์ด-บทความนี้เป็นมุมมองทางวิชาการ ที่มีพื้นฐานจากความหมายที่ต่างกันของคำว่า’บาป (Sin)’ ทางศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ และการเทียบเคียงความหมายตามคำสอนทางปริยัติที่ท้าทายความคิด ดังนั้นอาจมีบางอย่างที่ไม่ตรงตามการตีความโดยทั่วไป) ชาวพุทธหลายคนมีความเชื่อฝังใจว่า การล้างบาปไม่มีในพุทธศาสนาอย่างแน่นอน บุญและบาปนำมาลบล้างกันไม่ได้อย่างเด็ดขาด โดยยึดแนวคิดว่า การล้างบาปก็คือการสารภาพความผิดแล้วบาปทั้งหมดก็จะหลุดหายไปอย่างที่ทำกันในศาสนาคริสต์ แต่โดยความเป็นจริงแล้ว พระพุทธเจ้าหาได้ทรงปฏิเสธการล้างบาปไม่ พระองค์กลับทรงตรัสย้ำถึงวิธีการล้างบาปที่ถูกต้อง มิใช่เพียงแค่ปากพูด หรืออาบ น้ำ[1] นั่นคือ ทรงตรัสรับรองว่า […]