การประเคนของพระ คือการถวายสิ่งของต่าง ๆ ให้แก่พระภิกษุรับเรียกว่าประเคนสิ่งของ เราควรทำความเข้าใจให้รู้ก่อนว่าทำอย่างไรจึงจะเหมาะสมและถูกต้องดี ในการประเคนของนั้นขนาดและน้ำหนักของสิ่งที่จะประเคนนั้น ควรจะเป็นสิ่งของพอบุรุษมีกำลังยกคนเดียวได้ หรือไม่หนักเกินไป เพื่อจะยกประเคนได้สะดวกและพระก็รับประเคนได้สะดวกเช่นกัน ถ้าเป็นของใหญ่เกินกว่าที่จะยกได้ เช่น เรือ รถ หรือกุฎีก็ไม่ต้องยกเพียบกล่าวคำถวายหรือถวายเอกสารประกอบสิ่งของนั้นก็พอแล้ว 

อาหารที่ต้องห้ามสำหรับพระภิกษุสงฆ์   

เป็นอาหารที่ไม่ควรแก่สมณะบริโภคได้แก่ เนื้อ ๑๐ ชนิด และอาหารที่ปรุงด้วยเนื้อ ๑๐ ชนิด ดังนี้
๑. เนื้อมนุษย์รวมถึงเลือดมนุษย์ด้วย ๖. เนื้อราชสีห์(สิงโต)
๒. เนื้อช้าง ๗. เนื้อเสือโคร่ง
๓. เนื้อม้า ๘. เนื้อเสือเหลือง
๔. เนื้อสุนัข ๙. เนื้อหมี
๕. เนื้องู ๑๐.เนื้อเสือดาว

ส่วนเนื้อสัตว์นอกเหนือจากนี้ถ้าเป็นเนื้อที่ยังดิบ(ยังไม่สุกด้วยความร้อนจากไฟ) ทรงห้ามฉันถ้าสุกแล้วอนุญาตให้ฉันได้ และเนื้อสัตว์ที่ฆ่าเจาะจงทำถวายพระภิกษุสามเณร ถ้าพระภิกษุไม่ได้เห็นการฆ่านั้น ไม่ได้ยินมาก่อนว่าฆ่าเจาะจง ไม่ได้สงสัยว่าเขาฆ่าเพื่อเป็นของเฉพาะเจาะจงแก่ตนก็ขบฉันได้ไม่มีโทษ

ข้อพิจารณาเพิ่มเติมในการเรื่องของถวายที่เป็นอาหารหรือน้ำปานะ โดยสามารถแบ่งตามกาล (เวลา) ได้ดังนี้

(1) ยาวกาลิก  คือของที่รับและฉันได้ระหว่างเช้าถึงเที่ยงเท่านั้น คือพวกอาหารหนักประจำมื้อ ได้แก่ข้าวปลาอาหารทั้งหลาย เนื้อ นม ปลา ผลไม้ ธัญญพืช ขนม ดังนั้น เครื่องดื่มที่ทำมาจาก เมล็ดพืชต่างๆ เช่น ธัญญพืช ถั่วเหลือง เมล็ดงา จึงไม่สามารถฉันได้หลังเทียง ผู้ใดถวายสังฆทานและมีเครื่องดื่ม ดังกล่าว หากถวายหลังเที่ยงก็ควรเอาออกเสีย

(2) ยามกาลิก  รับไว้ได้ฉันชั่ววันเดียวคืนเดียว เมื่อถึงรุ่งเช้าอีกวันไม่อาจฉันได้อีก ต้องสละให้ผู้อื่น(ที่ไม่ใช่พระ) ได้แก่พวกน้ำปานะต่างๆ คือน้ำผลไม้คั้นต่างๆ แต่หากท่านสละออกไปแล้ว โยมหรือผู้ดูแลสามารถจัดถวายให้ท่านดื่มได้ใหม่ แต่ว่าพระไม่สามารถเก็บน้ำปานะไว้มากกว่าหนึ่งคืน

น้ำผลไม้ที่ฉันหลังเที่ยงนั้นต้องเป็นน้ำผลไม้ที่มีลูกไม่ใหญ่กว่าผลส้ม และต้องกรองกากออกให้หมดก่อน น้ำแครรอท จัดเป็นผักและเป็นพวกหัว ก็ไม่สามารถดื่มได้เช่นกัน บางคนบอกว่า เอาแตงโมไปปั่น เป็นน้ำแตงโม พระฉันไม่ได้ ก็ให้ดูว่าเราปั่นเนื้อแตงโม และผลของแตงโมก็ใหญ่กว่าผลส้ม ส่วนน้ำส้มที่ขายบรรจุกล่อง ซึ่งมีกากอยู่ด้วยก็ไม่ควรถวายพระหลังเที่ยง เลือกเป็นประเภทไม่มีกากโดยดูจากกล่องที่เขียนไว้ หากมีกากก็ควรงดเสีย

(3) สัตตาหากาลิก   ของที่รับแล้วสามารถเก็บไว้ค่อยๆทะยอยฉันได้ในช่วงระยะ 7 วัน ถ้าเกิน 7 วัน ต้องเสียสละให้ผู้อื่น ได้แก่ เนยข้น เนยใส น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ช๊อคโกแลตต้องเป็นชนิดที่ไม่มีนม เพราะช๊อคโกแลตทำมาจาก โกโก้

(4) ยาวชีวิก   รับไว้แล้วเก็บไว้ฉันได้ตลอดไป ได้แก่ยารักษาโรคทุกประเภท

ดังนั้นการพิจารณาว่าเป็นอาหารหรือไม่ ไม่เพียงดูที่การเคี้ยว แต่ให้ดูจากประเภทของถวาย อย่างเช่น โจ๊กก็ไม่ต้องเคี้ยว แต่ว่าเป็นจำพวกข้าว จีงถือเป็นอาหาร ต้องไตร่ตรองก่อนถวาย คนที่ถวายก็จะได้บุญจากการหาของปราณีตมาถวายพระ และเราเองก็ไม่ทำให้พระต้องอาบัติและผิดวินัย 

สิ่งของที่ทรงห้ามมิให้ภิกษุจับต้อง ทรงเรียกสิ่งของดังกล่าวว่า วัตถุอนามาส จึงไม่นิยมนำไปประเคนถวายพระภิกษุมีดังต่อไปนี้

- ผู้หญิง รวมทั้งเครื่องแต่งกายหญิง รูปภาพหญิง รูปปั้นหญิงทุกชนิด
- รัตนะ ๑๐ ประการ คือ เงิน ทอง แก้วมุกดา แก้วมณี แก้วประพาฬ ทับทิม บุษราคัม สังข์(ที่เลี่ยมทอง) ศิลา เช่น หยก และโมรา เป็นต้น
- เครื่องศัตราวุธทุกชนิดอันเป็นเครื่องทำลายชีวิต
- เครื่องดักสัตว์บก สัตว์น้ำทุกชนิด
- เครื่องประโคมดนตรีทุกอย่าง
- ข้าวเปลือก และผลไม้ที่เกิดอยู่กับที่

 

HOME | DHAMMAYUT USA | TEMPLE MAP | CONTACT

Wat Buddhadhammadharo 1217 Babel Lane Concord California 94518 USA.

วัดพุทธธัมมธโร เมืองคอนคอร์ด มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา.