รวมเสียงธรรม
AddThis Social Bookmark Button

คำสอน พระอาจารย์เจฟฟรี่ ฐานิสสโร| Desanas of Thanissaro Bhikkhu

AddThis Social Bookmark Button

(English Teachings) พระอาจารย์เจฟฟรี่ ฐานิสสโร ถือกำเนิดในนาม เจฟฟรี่ เดอกราฟ ในปี พ.ศ. 2492 ท่านมีโอกาสศึกษาพระธรรมเรื่องอริยะสัจสี่ตอนมัธยมปลาย ช่วงที่โดยสารเครื่องบินกลับจากประเทศฟิลิปปินส์ ภายหลังจากที่ท่านจบการศึกษาปริญญาตรีทางด้านประวัติศาสตร์ของภูมิปัญญายุโรป จากโอเบอร์ลิน คอลเลจ ท่านเดินทางมาประเทศไทย ซึ่งท่านได้เริ่มฝึกหัดการทำสมาธิกับท่านพ่อเฟื่อง โชติโก ซึ่งเป็นศิษย์คนสำคัญของท่านพ่อลี ธัมมธโร ต่อมาท่านได้อุปสมบทในปี พ.ศ. 2519 ที่วัดอโศการาม ของท่านพ่อลี ซึ่งหลานชายของท่านพ่อลี พระเทพโมลี(สำรอง คุณวุฑฺโฒ) เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาท่านมาจำพรรษาที่วัดธรรมสถิตย์ จังหวัดระยอง ที่ท่านยังอยู่อบรมกับท่านพ่อเฟื่อง

argaiv1640

ก่อนที่ท่านพ่อเฟื่องจะมรณะภาพในปีพ.ศ. 2529 ท่านแสดงความประสงค์ที่แต่งตั้งพระอาจารย์เจฟฟรี่ ฐานิสสโร เป็นเจ้าอาวาสของวัดธรรมสถิตย์ หากแต่ว่าพระอาจารย์เจฟฟรี่ตัดสินใจเดินทางมาที่ซานดิเอโก้ ในปีพ.ศ. 2534 ตามคำนิมนต์จากหลวงปู่่สุวัจน์ สุวโจ เพราะการเป็นเจ้าอาวาสที่วัดธรรมสถิตย์อาจมีปัญหาในการปกครองพระลูกวัดคนไทยเนื่องจากท่านเป็นชาวตะวันตก หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจช่วยสนับสนุนพระอาจารย์เจฟฟรี่ก่อตั้ง วัดเมตตาวนารามโดยหลวงปู่รับเป็นประธานสงฆ์ และให้พระอาจารย์เจฟฟรี่เป็นเจ้าอาวาสของวัดในปี พ.ศ. 2536 ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 พระอาจารย์ เจฟฟรี่ เป็นพระเถระชาวอเมริกันและที่ไม่ใช่เชื้อชาติไทยคนแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ในฝ่ายธรรมยุต และท่านยังได้รับแต่งตั้งเป็นเหรัญญิกของคณะพระธรรมยุตในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

พระอาจารย์เจฟฟรี่สร้างคุณูปการในการเผยแพร่พุทธศาสนาเถรวาทให้กับชาวตะวันตกอย่างมาก ท่านเขียนหนังสือธรรมะ แปลหนังสือธรรมะ พระไตรปิฎก รวมทั้งคำเทศนาจากไทยและบาลี เป็นภาษาอังกฤษ จนมีลูกศิษย์ฆราวาสรวบรวมงานของท่านบนเว็บไซต์ www.acccesstoinsight.org และ www.dhammatalks.org กอปรกับท่านรักษาข้อวัตรปฎิบัติของสายวัดป่าสายหลวงปู่มั่นไว้อย่างเคร่งครัด จนเป็นที่ชื่นชมจากพระเถระสายป่า จนวันนี้วัดเมตตาวนารามเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติจิตภาวนาและเผยแพร่สื่อธรรมะไปทั่วโลก ธรรมะท่านยังคงความเรียบง่ายแต่ลุ่มลึก เป็นธรรมะภาคปฎิบัติที่มีอ้างอิงประสบการณ์ตรง คำสอนครูอาจารย์และภาคปริยัติ นับเป็นพระสุปฏิปันโนที่แท้จริงในต่างแดน

คำสอนพระอาจารย์เจฟฟรี่ ฐานิสสโร  (150 กัณฑ์)
พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2552 พ.ศ. 2551

 

 

คำสอน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช| Desanas of H.H Somdet Sangharaja

AddThis Social Bookmark Button

พระธรรมคำสอนของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ชุดธรรมอบรมจิต จำนวน 14 แผ่น รวมกว่าสามร้อยกัณฑ์

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) (3 ตุลาคม พ.ศ. 2456—ปัจจุบัน) เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงดำรงตำแหน่งเมื่อ พ.ศ. 2532 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร ทรงเป็นผู้ใคร่ในการศึกษา ทรงมีพระอัธยาศัยใฝ่รู้ใฝ่เรียนมาตั้งแต่ทรงเป็นพระเปรียญ โดยเฉพาะในด้านภาษา ทรงศึกษาภาษาต่าง ๆ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และ สันสกฤต จนสามารถใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี กระทั่งเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ พระอุปัชฌาย์ของพระองค์ทรงเห็นว่า จะเพลินในการศึกษามากไป วันหนึ่งทรงเตือนว่า ควรทำกรรมฐานเสียบ้าง เป็นเหตุให้พระองค์ทรงเริ่มทำกรรมฐานมาแต่บัดนั้น และทำตลอดมาอย่างต่อเนื่อง จึงทรงเป็นพระมหาเถระที่ทรงภูมิธรรมทั้งด้านปริยัติและด้านปฏิบัติ 

เนื่องจากทรงรอบรู้ภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี จึงทรงศึกษาหาความรู้สมัยใหม่ด้วยการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ ทั้งทางคดีโลกและคดีธรรม เป็นเหตุให้ทรงมีทัศนะกว้างขวาง ทันต่อเหตุการณ์บ้านเมือง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสั่งสอนและเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก เป็นเหตุให้ทรงนิพนธ์หนังสือทางพระพุทธศาสนาได้อย่างสมสมัย เหมาะแก่บุคคลและสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน และทรงสั่งสอนพระพุทธศาสนาทั้งแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ

คำสอนสมเด็จพระญาณสังวร ชุดธรรมอบรมจิต
แผ่นที่ 1 แผ่นที่ 2


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำสอน หลวงพ่อพุธ ฐานิโย| Desanas of Ven Luangpor Bhud Thaniyo

AddThis Social Bookmark Button

พระราชสังวรญาณ(หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา “พระอริยเจ้าผู้ชำนาญทั้งปริยัติและปฏิบัติ”

พระเดชพระคุณหลวงพ่อพุธ ฐานิโย พระอริยเจ้าศิษย์องค์สุดท้ายของหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ท่านกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ ๔ ขวบ เมื่ออายุ ๑๑ ขวบ ท่านเคยกราบท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ในวัยเด็กเมื่อป่วยไข้ไม่สบาย จิตจะเกิดแสงสว่าง นิมิตเห็นก้อนศิลากลิ้งมาจากทิศทั้ง ๔ บดขยี้ร่างกาย เป็นมรณสติกระตุ้นเตือนปัญญาและจิตวิญญาณอยู่เสมอ ท่านจึงมีมโนปณิธานตั้งแต่วัยเด็กว่า “จะบวชตลอดชีวิต” ท่านเป็นผู้มีปฏิปทางดงาม หนักแน่นในความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ มีปัญญาดี สามารถท่องพระปาฏิโมกข์ได้ตั้งแต่ยังเป็นสามเณร ท่านเป็นผู้ชำนาญทั้งปริยัติและปฏิบัติ เป็นที่ยอมรับทั้งฝ่ายคามวาสีและอรัญญวาสี เทศนาธรรมของท่านประกอบไปด้วยโวหารที่ฟังเข้าใจง่ายเป็นที่ซาบซึ้งถึงใจแก่ผู้ที่ได้ฟัง ได้รับการยกย่องจากพระอาจารย์อ่อน ญาณสิริว่า “เป็นผู้สามารถเทศน์เรียงลำดับสมาธิได้ละเอียดลออดี” พระอาจารย์เจี๊ยะ จุนฺโท ออกปากชมท่านว่า “ท่านเจ้าคุณพุธมีความอ่อนน้อมถ่อมตัวมาก เขียนหนังสือด้านการปฏิบัติได้ดี ถูกต้องทุกขั้นตอน เก่งกว่าพระที่มียศตำแหน่งเป็นสมเด็จเสียอีก เราชอบอ่านหนังสือที่ท่านเจ้าคุณพุธเขียน”

คำสอน หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

 

 
 

คำสอน หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม| Desanas of Ven Luangpu Tua Ajinladhammo

AddThis Social Bookmark Button

พระเดชพระคุณหลวงปู่ตื้อ อจลมฺโม พระอริยเจ้าผู้มีปฏิปทาประดุจเสือโคร่ง วัดป่าอรัญญวิเวก บ้านข่า อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม  พระอริยเจ้าชื่อดังแห่งภาคอีสาน เป็นศิษย์ที่สำคัญรูปหนึ่งของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ท่านเป็นผู้มีนิสัยรักความสงบสันโดษ ท่านเข้าเป็นศิษย์วัดตั้งแต่ยังเด็กและได้รับการบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ระยะหนึ่ง เป็นผู้ใฝ่ใจในการศึกษา มีนิสัยตรงไปตรงมา ข้อวัตรปฏิบัติเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว เอาจริงเอาจัง นิสัยโผงผาง พูดจาขวานผ่าซาก มีลีลาการแสดงธรรมแปลกกว่ารูปอื่นๆ มีคำคมขำขันแฝงอยู่เสมอในเทศนาธรรม โดยส่วนมากภาวนาอยู่ตามท้องถ้ำในป่าลึกทางภาคเหนือ เช่น ถ้ำเชียงดาว เป็นต้น 

ปฏิปทาของท่านอาจหาญสมกับเป็นนักรบธรรมของท่านพระอาจารย์มั่น ลักษณะนิสัยท่านเป็นประดุจเสือโคร่ง และท่านมักปฏิบัติกรรมฐานอย่างอุกฤษฏ์ โดยถือเอาเสือโคร่งเป็นแบบอย่าง โดยอริยาบถ ๔ คือ

๑. ต้องมีน้ำจิตน้ำใจแข็งแกร่งกล้าหาญในการเที่ยวธุดงค์ล่ากิเลส ประดุจเสือตัวเปรียว เที่ยวล่าเหยื่อไม่กลัวต่อภยันตรายใดๆ
๒. ต้องกล้าเที่ยวไปในค่ำคืน ประดุจเสือไม่กลัวต่อมรณภัยในความมืด
๓. ต้องชอบอยู่ในท้องถ้ำที่สงัดจากผู้คน ประดุจเสือหลีกเร้นซ่อนตัวอยู่ในถ้ำอันลึกลับที่ผู้คนเข้าไปไม่ถึง
๔. คิดทำอะไรลงไปแล้วต้องมุ่งความสำเร็จเป็นจุดหมาย ประดุจแววตาเสือได้จ้องเขม็งไปที่เหยื่อรายใดแล้ว ต้องตามตะปปขย้ำจนสำเร็จ  

คำสอน หลวงปู่ตื้อ อจลมฺโม 

 

 

ธรรมบรรยาย ดร. สนอง วรอุไร| Dhamma Talks - Dr. Sanong Vorra Urai

AddThis Social Bookmark Button

ดร.สนอง วรอุไร สนใจฝึกสมาธิครั้งแรกในขณะเรียนชั้นมัธยมศึกษา โดยสนทนากันระหว่างพี่ๆ น้องๆ แล้วนำมาฝึกหัดปฏิบัติเองเมื่อมีโอกาส จนถึงระดับอุดมศึกษา ท่านเลือกศึกษาในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบปริญญาตรีสาขาโรคพืช เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ แล้วไปทำงานเป็นนักวิชาการเกษตร เผยแพร่ความรู้ด้านการปลูกข้าวปลูกเห็ดแก่ประชาชนในภาคอีสานอยู่ประมาณ ๒ ปี ในระหว่างนี้ ท่านแต่งงานมีครอบครัวและได้โอนย้ายจากกรมวิชาการข้าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ เป็นอาจารย์รุ่นบุกเบิกมหาวิทยาลัยและบุกเบิกบัณฑิตวิทยาลัยด้วย

จากนั้นปีพ.ศ. ๒๕๑๔ ท่านก็ได้เรียนจบปริญญาโทเกษตรศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาเชื้อรา ปีเดียวกันนั้นเอง ท่านได้รับทุนโคลัมโบไปศึกษาปริญญาเอก สาขาไวรัสวิทยา มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ นาน ๔ ปี ในระหว่างการศึกษา ท่านมิได้เดินทางกลับมาเมืองไทยเลย เพราะเรียนหนักมาก ท่านใช้เวลาว่างพักทำจิตนิ่งทุกวัน ซึ่งมีผลให้ท่านจดจำได้เร็ว เรียนเข้าใจง่าย และจบ ๔ ปีตามกำหนด

เมื่อกลับเมืองไทยในเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๑๘ และมีเวลาว่างช่วงก่อนเปิดเทอมไปสอนนักศึกษา ท่านตัดสินใจอุปสมบทเพื่อพิสูจน์สัจธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ วัดปรินายก แล้วมาฝึกวิปัสสนากรรมฐานกับพระเทพสิทธิมุนี (โชดก ปธ.๙) ที่คณะห้า วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์ ท่าพระจันทร์ ในชั่วระยะเวลา ๓๐ วัน ที่ท่านปฏิบัติตามคำสอนของครูบาอาจารย์อย่างมอบกายถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา ท่านได้รับประสบการณ์ทางจิตและความก้าวหน้าในญาณอภิญญาต่างๆ มากมาย โดยหลังจากปฏิบัติได้เพียง ๑๐ วัน ท่านสามารถแยกกายกับจิตได้ และได้รับนิมนต์ไปแสดงธรรมเป็นครั้งแรกในชีวิต ณ ลานอโศก วัดมหาธาตุฯนั่นเอง

เมื่อลาสิกขาบทแล้ว วิถีชีวิตของท่านเปลี่ยนแปลงไปมาก ด้วยความคิด ด้วยคำพูด และการกระทำซึ่งถูกหล่อหลอมจากภาวนามยปัญญา ที่ได้รับจากการพัฒนาจิตวิญญาณในครั้งนั้น ท่านได้รับเชิญเป็นองค์บรรยายด้านหลักธรรม คุณธรรม จริยธรรม ตามหน่วยงานต่างๆ องค์กรต่างๆ มากมาย และหลังจากเกษียณอายุราชการที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ท่านยังเป็นอาจารย์พิเศษถวายความรู้แก่พระนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนาด้วย

ปัจจุบันท่านเป็นครูบาอาจารย์สั่งสอนธรรม โดยได้นำประสบการณ์ตรงของท่านเองมาเป็นแบบอย่าง สร้างจุดเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับชีวิตของคนจำนวนมาก มีกลุ่มคณะศิษย์ก่อตั้งเป็นชมรมกัลยาณธรรมช่วยกันเผยแผ่ผลงานของท่านโดยทำเป็นหนังสือหลายเล่ม เช่น ทำชีวิตให้ได้ดีและมีสุข, ยิ่งกว่าสุขเมื่อจิตเป็นอิสระ, ทางสายเอก, ตามรอยพ่อ, การใช้ชีวิตที่คุ้มค่า, มาดสดใสด้วยใจเกินร้อย, อริยมรรค นอกจากนี้ยังมีตลับเทป ซีดี และ MP3 อีกเป็นจำนวนมาก

ผลงานเรื่อง “ ทางสายเอก ” ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษโดยอาจารย์ทวีศักดิ์ คุรุจิตธรรม เพื่อให้ชาวต่างชาติได้มีโอกาสศึกษาถึงประสบการณ์การปฏิบัติธรรมและการพัฒนาจิตวิญญาณของท่านเพื่อเสริมสร้างความศรัทธาในวิชาวิปัสสนากรรมฐาน สุดยอดวิชาเอกของโลก 

ธรรมบรรยาย ดร. สนอง วรอุไร

 

 
 

Page 2 of 10

My title